AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่คนค้นหาข้อมูลบน Google อย่างชัดเจน จากเดิมถ้าผู้ใช้อยากรู้อะไร ก็จะเสิร์ชแล้วไล่อ่านลิงก์ทีละเว็บไซต์ เปรียบเทียบหลายแหล่งก่อนจะตัดสินใจ แต่ในวันนี้พอผู้ใช้เสิร์ชคำถามปุ๊บ คำค้นหาก็จะแสดงบน AI Overview ให้ทันที พร้อมแนบแหล่งอ้างอิงไว้ในหน้าเดียว ทำให้พฤติกรรมการคลิกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ใครที่อยากให้เว็บไซต์ของตัวเองยังคงได้ Traffic ในยุคนี้ ก็จำเป็นต้องปรับวิธีคิดจากการทำ SEO เพื่อติดอันดับ ไปสู่การทำ SEO เพื่อถูกเลือกให้สรุป เพราะพื้นที่ AI Overview คือจุดที่ผู้ใช้เห็นก่อน เชื่อถือก่อน และตัดสินใจก่อน หากเว็บของคุณถูกอ้างอิงอยู่ในส่วนนั้น โอกาสที่จะได้รับคลิกคุณภาพสูงก็จะเพิ่มขึ้น
วันนี้เราจะมาอธิบายตั้งแต่ AI Overview คืออะไร ทำงานอย่างไร รวมไปถึงกลยุทธ์ระยะยาวที่จะช่วยให้คอนเทนต์ของคุณมีโอกาสถูกเลือกไปสรุปอยู่ในพื้นที่นั้นได้จริง ไปดูกันเลย!
AI Overview คืออะไร ?

AI Overview คือระบบสรุปคำตอบที่ Google ใช้โมเดล AI ในการรวบรวมข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ แล้วสังเคราะห์ออกมาเป็นข้อความสรุปที่สั้นกระชับ พร้อมแสดงลิงก์อ้างอิงหลายแหล่ง
โดย AI Overview จะพยายามรวมมุมมองหลายแหล่งเพื่อให้คำตอบครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจาก Featured Snippet แบบเดิมที่มักจะดึงข้อมูลมาแค่หน้าเดียว
ตัวอย่างการแสดงผล AI Overview

เมื่อผู้ใช้งานพิมพ์คำค้นหา เช่น “Gril math คืออะไร” ระบบก็จะแสดงกล่องคำตอบด้านบนของหน้าผลการค้นหา ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ถูกสรุปมาแล้วจากหลายเว็บไซต์ และในบางกรณีจะมีลิงก์แหล่งอ้างอิงแนบไว้ด้านข้าง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้
AI Overview ต่างจาก SEO แบบเดิมอย่างไร ?
SEO แบบเดิมโฟกัสที่การติดอันดับบนหน้าผลการค้นหา ยิ่งอันดับสูง โอกาสที่จะได้คลิกก็ยิ่งมาก กลยุทธ์หลักจึงมักเน้นการดัน Ranking ผ่านคีย์เวิร์ด Backlink และการปรับ On-page ให้ครบถ้วน โดยมีเป้าหมายว่าต้องทำเว็บไซต์ให้ติด Top 3 บนหน้าแรกของ Google ให้ได้ เช่นแบบนี้

แต่พอ AI Overview เข้ามา ก็ได้เปลี่ยนเกมจากการแข่งขันเรื่องอันดับ มาเป็นการแข่งขันเรื่องความสามารถในการถูกสรุป เพราะระบบจะเลือกข้อความที่ตอบคำถามได้อย่างชัดเจน ครอบคลุม และเหมาะสมกับบริบทของคำค้นมากที่สุด
โดยเว็บไซต์ที่อยู่อันดับกลาง ๆ ก็มีโอกาสถูกดึงไปแสดงได้ หากเนื้อหามีโครงสร้างดีและสรุปประเด็นได้ชัดกว่า เช่น บทความ “รู้จักกับ Logo 7 ประเภท ก่อนลงมือออกแบบโลโก้ให้แบรนด์!” ตามด้านล่างนี้

ซึ่งจริง ๆ แล้ว บทความนี้อยู่หน้าสองของ Google แต่ก็มีโอกาสติด AI Overview เพราะโครงสร้างเนื้อหาที่อ่านง่าย

AI Overview ทำงานอย่างไร ?
ระบบ AI Overview ของ Google ทำงานโดยผสานระหว่างฐานข้อมูล Google Search ที่ผ่านการ Index ไว้แล้ว กับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อย่าง Gemini เพื่อสังเคราะห์คำตอบจากหลายแหล่งมาแสดงในกล่องเดียวบนหน้าผลการค้นหา
โดยภาพรวมการทำงานนี้สามารถอธิบายได้เป็น 3 ส่วนหลัก คือ แหล่งข้อมูลที่นำมาใช้ กระบวนการคัดเลือกและสรุปเนื้อหา และปัจจัยที่มีผลต่อคำตอบที่แสดง
1. แหล่งข้อมูลที่ AI นำมาใช้
ฐานข้อมูล Index ของ Google
Google มีระบบรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์ทั่วโลกอยู่แล้วผ่านกระบวนการ Crawling และ Indexing โดยระบบ AI Overview สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ในระดับโครงสร้าง จึงเข้าใจบริบทของเนื้อหาในภาพรวมทั้งหมด ไม่ได้มองแค่หน้าเว็บแบบผิวเผิน
เว็บไซต์คุณภาพสูง
ระบบจะให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่มีสัญญาณความน่าเชื่อถือ เช่น โครงสร้างเนื้อหาชัดเจน มีข้อมูลผู้เขียน มีการอ้างอิง และสะท้อนหลัก E-E-A-T ได้แก่ Experience, Expertise, Authoritativeness และ Trustworthiness
Content ที่ตรงกับ Search Intent จริง ๆ
AI จะประเมินว่าเนื้อหานั้นสามารถตอบ Search Intent หรือเจตนาการค้นหาได้หรือไม่ เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการคำอธิบายขั้นตอน ระบบก็จะมองหาเนื้อหาที่มีลำดับกระบวนการชัดเจน มากกว่าหน้าเว็บที่แค่มีคีย์เวิร์ดตรงแต่ไม่ตอบคำถามจริง
2. กระบวนการคัดเลือกและสังเคราะห์ข้อมูล
วิเคราะห์คำค้นเพื่อเข้าใจเจตนา
เมื่อผู้ใช้พิมพ์คำถาม ระบบจะตีความว่าผู้ใช้ต้องการอะไร เช่น คำตอบสั้น ๆ คำจำกัดความ การเปรียบเทียบ หรือแนวทางปฏิบัติ
ดึงข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

แตกต่างจาก Featured Snippet ที่มักอ้างอิงจากหน้าเดียว AI Overview จะรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้คำตอบครอบคลุมและสมดุลมากขึ้น
สรุปและจัดเรียงเนื้อหาใหม่
โมเดลภาษา (LLM) จะทำหน้าที่ย่อยข้อมูล จัดลำดับความคิด และเรียบเรียงใหม่ให้เป็นข้อความที่กระชับ อ่านง่าย และเข้าใจได้ทันที โดยอาจแบ่งเป็นหัวข้อย่อยหรือ Bullet Point ในกรณีที่เนื้อหามีหลายมิติมากเกินไป
แสดงผลในรูปแบบ AI Overview Box
คำตอบจะถูกนำเสนอในกล่องสรุปด้านบนของหน้าผลการค้นหา พร้อมแนบลิงก์อ้างอิง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดจากแหล่งข้อมูลต้นทางได้
3. ปัจจัยที่มีผลต่อคำตอบที่แสดง
บริบทของคำค้น
คำเดียวกันอาจมีหลายความหมาย เช่น “Apple” อาจหมายถึงผลไม้หรือบริษัทเทคโนโลยี ระบบจะดูคำประกอบและบริบทโดยรอบเพื่อเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด
Location หรือพื้นที่ของผู้ใช้
คำค้นบางประเภท เช่น ร้านอาหาร บริการ หรือข้อมูลกฎหมาย อาจแสดงผลแตกต่างกันตามภูมิศาสตร์ของผู้ค้นหา
Personalization หรือพฤติกรรมการใช้งาน
หากผู้ใช้เคยค้นหาหัวข้อใกล้เคียงมาก่อน ระบบอาจปรับมุมมองของคำตอบให้สอดคล้องกับความสนใจเดิมมากขึ้น
คุณภาพและความครอบคลุมของเนื้อหาเว็บไซต์
เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาลึก ตรงประเด็น มีโครงสร้างดี และได้รับการอ้างอิงจากแหล่งอื่นบ่อยครั้ง จะมีแนวโน้มถูกเลือกไปใช้ใน AI Overview มากกว่าเว็บที่มีเนื้อหาบางหรือไม่มีบริบทชัดเจน
อยากติด AI Overview ต้องทำอย่างไร ?
ถ้าอยากให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสไปอยู่ใน AI Overview อย่างแรกที่คุณต้องทำ คือการเขียนเนื้อหาให้ตอบคำถามผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ระบบหยิบไปใช้ได้ทันที ไม่กำกวม ไม่วกวน และไม่ต้องตีความหลายชั้น
ส่วนขั้นตอนอื่น ๆ เราจะพาไปดูทีละองค์ประกอบว่าแต่ละส่วนต้องทำอะไร และควรปรับบทความยังไงให้ Google นำไปจัดอันดับบน AI Overview ได้จริง
1. วิเคราะห์ Search Intent ให้แม่นก่อนเขียน
AI Overview มักแสดงกับคำค้นที่เป็นลักษณะ How-to หรือคำอธิบายเชิงกระบวนการ เช่น “คืออะไร” “ทำยังไง” “ต่างกันยังไง” “ขั้นตอน” ดังนั้นก่อนเขียนบทความควรค้นคีย์เวิร์ดใน Google เพื่อดูว่า AI Overview แสดงหรือไม่ และสังเกตรูปแบบคำตอบ
ถ้าเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบสรุปได้ชัดเจน คุณควรออกแบบบทความให้มีโครงสร้าง Answer-First คือเริ่มจากคำตอบสั้น ๆ ตรงประเด็น แล้วจึงขยายรายละเอียดในหัวข้อถัดไป การเข้าใจ Intent จะช่วยให้คุณไม่หลุดโฟกัสและไม่เขียนเนื้อหาที่วกวนเกินจำเป็น
2. เขียนแบบ Answer-First Content
หนึ่งในเทคนิคสำคัญของการติด AI Overview คือการตอบคำถามให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นบทความ ย่อหน้าแรก ควรสรุปแก่นของคำตอบใน 3-4 บรรทัด โดยใช้ประโยคที่มี Subject, Verb, Object ชัดเจน หลีกเลี่ยงคำฟุ่มเฟือยหรือประโยคกำกวม
หลังจากตอบคำถามแบบสั้นแล้ว จึงค่อยขยายรายละเอียด เช่น อธิบายเหตุผล ยกตัวอย่าง หรือแสดงขั้นตอน วิธีนี้จะช่วยให้ AI สามารถดึงย่อหน้าแรกไปสรุปได้ทันที และผู้อ่านก็ยังได้รับข้อมูลเชิงลึกในส่วนถัดไป
3. โครงสร้างบทความตามหลัก SEO ที่เอื้อต่อ AI Overview

การจัดโครงสร้างบทความมีผลต่อความเข้าใจของระบบอย่างมาก ควรใช้ H1 เพียงหนึ่งตัวเป็นหัวข้อหลักที่มี Keyword สำคัญ ใช้ H2 แยกหัวข้อหลัก และ H3 สำหรับรายละเอียดในแต่ละส่วน
ตัวอย่างโครงสร้างบทความ SEO ที่ดีจะประกอบไปด้วยความหมาย วิธีทำ ขั้นตอนเชิงเทคนิค คำถามที่พบบ่อย และสรุปท้ายบท โดยการจัดลำดับหัวข้ออย่างชัดเจนจะช่วยให้ Google เข้าใจบริบทของเนื้อหา และเพิ่มโอกาสถูกเลือกบางส่วนไปแสดงใน AI Overview
4. สร้าง Topical Authority ด้วย Content Cluster
การเขียนบทความเพียงเรื่องเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างความเชี่ยวชาญ เราแนะนำให้ออกแบบโครงสร้างบทความแบบ Content Cluster โดยมีบทความหลักหนึ่งเรื่องเช่น “อยากติด AI Overview ทำยังไง” และมีบทความย่อยล้อมรอบ เช่น
- AI Overview ต่างจาก Featured Snippet อย่างไร
- เทคนิคเขียนคอนเทนต์ให้ติด AI Overview แบบละเอียด
- Structured Data จำเป็นไหมสำหรับ AI Overview
ทุกบทความย่อยควรลิงก์กลับมาที่บทความหลัก เพื่อสร้าง Semantic Network ภายในเว็บไซต์ โครงสร้างเว็บที่ดีจะเพิ่มโอกาสติด AI Overview เพราะ Google มองว่าน่าเชื่อถือและเห็นว่าเว็บไซต์ขอองคุณครอบคลุมหัวข้อนั้นจริง
5. ทำ Internal Linking เชิงกลยุทธ์
Internal Linking ไม่ใช่แค่การใส่ลิงก์กระจายไปมา แต่ต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน บทความหลักควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง ส่วนบทความย่อยควรสนับสนุนรายละเอียดเชิงลึก โดยการใช้ Anchor Text ที่สื่อความหมายชัดเจน เช่น “เทคนิคเขียน Answer-First Content” แทนคำว่า “คลิกที่นี่” จะช่วยให้ระบบเข้าใจความสัมพันธ์ของหน้าได้ดียิ่งขึ้น
6. เพิ่ม E-E-A-T เพื่อความน่าเชื่อถือ

แม้ AI Overview จะใช้โมเดล AI สรุปคำตอบ แต่ยังอิงหลักการประเมินคุณภาพเว็บไซต์แบบเดิม การแสดง Experience Expertise Authoritativeness และ Trustworthiness เป็นสิ่งจำเป็น ควรมีหน้า About ที่ชัดเจน ใส่ชื่อผู้เขียน ระบุประสบการณ์หรือผลงาน และอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
เว็บไซต์ที่ไม่มีตัวตนหรือไม่มีข้อมูลผู้เขียนชัดเจนอาจถูกประเมินว่ามีความน่าเชื่อถือต่ำกว่า ส่งผลต่อโอกาสถูกเลือกไปสรุปใน AI Overview
ข้อดีและข้อจำกัดของ AI Overview
ข้อดีของ AI Overview
1. ผู้ใช้ได้คำตอบเร็วขึ้น
AI Overview ช่วยสรุปข้อมูลจากหลายแหล่งมาไว้ในกล่องเดียว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องไล่อ่านหลายเว็บไซต์ก่อนเข้าใจภาพรวม
2. เพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ถูกอ้างอิง
แม้จะไม่ได้อยู่อันดับหนึ่ง เว็บไซต์ก็ยังมีโอกาสถูกดึงไปแสดงใน AI Overview หากเนื้อหามีความชัดเจนและเหมาะสมกับคำค้น
3. ลดการพึ่งพาแค่อันดับ
ยุค AI ทำให้การแข่งขันไม่ได้วัดแค่อันดับ แต่เป็นการแข่งขันด้านคุณภาพ ความครอบคลุม และความสามารถในการสรุป
4. ดึงทราฟฟิกคุณภาพสูงกว่าเดิม
ผู้ใช้ที่คลิกจาก AI Overview มักเป็นผู้ที่อ่านสรุปแล้วสนใจข้อมูลต่อจริง ๆ ทำให้ทราฟฟิกมีคุณภาพมากขึ้น
ข้อจำกัดของ AI Overview
1. CTR บางคำค้นอาจลดลง
เพราะผู้ใช้ได้รับคำตอบเบื้องต้นแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องคลิกเข้าเว็บไซต์
2. ควบคุมการแสดงผลไม่ได้ทั้งหมด
เจ้าของเว็บไซต์ไม่สามารถกำหนดได้ว่า AI จะสรุปข้อความส่วนใดไปแสดง
3. ความผันผวนของแหล่งอ้างอิง
AI Overview สามารถเปลี่ยนแหล่งข้อมูลได้ตลอด หากมีเนื้อหาที่ใหม่กว่า ครอบคลุมกว่า หรือชัดเจนกว่า
4. ต้องพัฒนาเนื้อหาให้ลึกกว่าเดิม
บทความแบบผิวเผินหรือเขียนเพื่อใส่คีย์เวิร์ดอย่างเดียว จะมีโอกาสถูกเลือกน้อยลงในยุคนี้
ผลกระทบจากการมาของ AI Overview ที่ควรรู้
1. SEO ต้องเปลี่ยนจากไล่อันดับ เป็นทำเนื้อหาให้ถูกเลือก
จากเดิมที่โฟกัส Top 3 เป็นหลัก ตอนนี้ต้องคิดเพิ่มว่าเนื้อหาสามารถถูกสรุปได้หรือไม่ เพราะ AI เลือกจากคุณภาพและความเหมาะสม ไม่ใช่อันดับเพียงอย่างเดียว
2. โครงสร้างคอนเทนต์สำคัญมาก
การเขียนแบบยาวแต่ไม่มีลำดับชัดเจนจะทำให้ระบบดึงข้อมูลยากขึ้น บทความที่มี H2-H3 ชัด มีสรุปแต่ละส่วน และมี FAQ จะได้เปรียบกว่า
3. Topical Authority มีน้ำหนักมากขึ้น
เว็บไซต์ที่ครอบคลุมหัวข้อในเชิงลึกหลายบทความ จะดูน่าเชื่อถือกว่าเว็บไซต์ที่มีบทความเดี่ยว ๆ การทำ Topic Cluster จึงจำเป็นมากขึ้น
4. Traffic ค่อนข้างผันผวน
บางคำค้นอาจมีจำนวนคลิกลดลง เพราะผู้ใช้ได้คำตอบเบื้องต้นจาก AI Overview แล้ว แต่ในคำค้นที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกหรือรายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ยังมีโอกาสได้ทราฟฟิกสูง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ถูกอ้างอิงบน AI Overview
5. เว็บไซต์ควรอัปเดตเนื้อหาอย่างม่ำเสมอ
AI Overview ปรับคำตอบได้ตลอดเวลา หากเว็บไซต์ไม่อัปเดตข้อมูล ความสดใหม่และความถูกต้องอาจลดลง ส่งผลให้หลุดจากแหล่งอ้างอิงได้ง่าย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Overview
Structured Data ช่วยให้ติด AI Overview จริงไหม ?
การใช้ Structured Data อย่าง Schema Markup เช่น Article FAQ หรือ HowTo ไม่ได้ทำให้ติด AI Overview โดยตรง แต่ช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้างข้อมูลได้ดีขึ้น เพราะลดความกำกวมของบทความนั้น ๆ
เว็บไซต์ใหม่มีโอกาสติด AI Overview ไหม ?
เว็บไซต์ใหม่สามารถติด AI Overview ได้ แต่ต้องใช้กลยุทธ์ที่แม่นยำ เช่น เลือกคำค้น Long-tail Keyword ที่การแข่งขันต่ำ เขียนเนื้อหาเชิงลึกและครอบคลุมกว่าคู่แข่ง สร้าง Internal Linking ให้แข็งแรง และอัปเดตบทความอย่างสม่ำเสมอ เมื่อสะสมเนื้อหาและความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น โอกาสถูกเลือกจะสูงขึ้นตามลำดับ
ถ้าเว็บไซต์ไม่ได้ติดอันดับต้น ๆ จะมีโอกาสติด AI Overview ไหม ?
เว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องอยู่อันดับต้น ๆ เสมอไป เพราะ AI Overview สามารถสังเคราะห์และดึงข้อมูลได้จากหลายตำแหน่ง หากเนื้อหามีความชัดเจน ตอบคำถามตรงประเด็น และเหมาะสมกับบริบทของคำค้นนั้นจริง ๆ
อยากติด AI Overview ต้องเขียนบทความสั้นหรือยาว ?
ควรเขียนบทความแบบยาวพอให้ครบและลึก ไม่ใช่สั้น ๆ เพราะเนื้อหาต้องมีบริบทให้ AI เข้าใจภาพรวมได้ชัดเจน แต่ในแต่ละส่วนต้องมีคำตอบสรุปตรงประเด็น เพื่อให้ระบบดึงไปแสดงใน AI Overview ได้ง่าย
สรุปได้ว่า ถ้าอยากติด AI Overview คุณจะต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ Intent ให้แม่น เขียนแบบ Answer-First จัดโครงสร้างบทความตามหลัก SEO สร้าง Topic Cluster เพิ่ม E-E-A-T และใช้ Internal Linking อย่างมีกลยุทธ์ เพียงเท่านี้เว็บไซต์ของคุณก็จะมีโอกาสถูกเลือกไปสรุปในพื้นที่ AI Overview ได้จริง
หากคุณต้องการทีมที่เข้าใจทั้ง SEO และกลไก AI Overview ตั้งแต่การวิเคราะห์ Intent จัด Content Cluster ไปจนถึงการดัน Authority แบบเป็นระบบ BEP Digital Agency พร้อมช่วยพาเว็บไซต์ของคุณมุ่งสู่ยุค AI Search ด้วยกลยุทธ์ SEO ที่ออกแบบมาเพื่อให้ถูกเลือก ทักแชทคุยกับเราได้เลย!
{{CTA="/blog"}}

