เว็บไซต์ที่ดีไม่ควรจบลงแค่การให้ข้อมูล แต่ควรพาผู้ใช้ไปสู่ขั้นตอนถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อ สมัคร หรือขอข้อมูลเพิ่มเติม จุดเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุดคือสิ่งที่เรียกว่า CTA และมักเป็นตัวแปรสำคัญที่แยกระหว่างเว็บที่มีคนเข้ากับเว็บที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง
หลายธุรกิจลงทุนทำเว็บไซต์ ลงคอนเทนต์ ทำ SEO อย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่เห็น Lead หรือยอดขายเพิ่มขึ้น ปัญหานี้มักไม่ได้อยู่ที่จำนวน Traffic แต่อยู่ที่การขาด CTA ที่ชัดเจนและถูกวางไว้ในจังหวะที่เหมาะสม
CTA คืออะไร?

CTA หรือ Call to Action คือข้อความ ปุ่ม หรือองค์ประกอบบนเว็บไซต์ ที่บอกผู้ใช้อย่างตรงไปตรงมาว่าควรทำอะไรต่อ หลังจากอ่านหรือดูเนื้อหาส่วนนั้นจบแล้ว
CTA อาจเป็นการชวนให้สมัคร ติดต่อ ดาวน์โหลด หรืออ่านต่อก็ได้ หน้าที่ของมันไม่จำเป็นต้องขายทันที แต่คือการพาผู้ใช้ขยับไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว จากความสนใจ ไปสู่การลงมือทำ
ถ้าไม่มี CTA ผู้ใช้จำนวนมากจะเลือกปิดหน้าเว็บไป แม้จะสนใจเนื้อหานั้นจริง ๆ ก็ตาม เพราะไม่แน่ใจว่าขั้นตอนถัดไปคืออะไร
ทำไม CTA ถึงสำคัญต่อเว็บไซต์ธุรกิจ
CTA ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างเนื้อหากับเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Lead ยอดขาย หรือการติดต่อทีมงาน และต่อให้จะทำคอนเทนต์ดีแค่ไหน หากไม่มี CTA ที่ชัดเจน โอกาสเหล่านั้นก็จะหายไปอย่างเงียบ ๆ เพราะผู้ใช้ไม่ได้รับการชี้นำ
ในมุมของผู้ใช้ CTA ช่วยลดภาระในการตัดสินใจ ในมุมของธุรกิจ CTA คือจุดที่ทำให้เว็บไซต์เริ่มทำงานและไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล
ตำแหน่งของ CTA ส่งผลต่อการตัดสินใจโดยตรง

การมี CTA แต่ซ่อนไว้ในจุดที่ไม่มีใครเห็น ก็ไม่ต่างจากการไม่มี ดังนั้นปุ่ม CTA ควรถูกวางในตำแหน่งที่ผู้ใช้กำลังอินกับเนื้อหา หรือเพิ่งได้รับข้อมูลสำคัญไปแล้ว เช่น หลังอธิบายจุดเด่นของบริการ ตอนจบบทความ หรือบริเวณที่มองเห็นได้ทันทีเมื่อเข้าเว็บไซต์
เว็บไซต์ที่วาง CTA อย่างเป็นธรรมชาติ จะไม่ดูขาย แต่กลับช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานลื่นและชัดเจนมากขึ้น
ตัวอย่าง CTA ที่ใช้งานได้จริงบนเว็บไซต์ธุรกิจ
แทนที่จะถามว่า “ธุรกิจอยากได้อะไรจากผู้ใช้” CTA ที่ดีควรถามว่า “ผู้ใช้พร้อมทำอะไรในจุดนี้” ซึ่งปุ่ม CTA ที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้คำหวือหวา แต่ต้องสื่อสารชัดว่าผู้ใช้จะได้อะไรจากการคลิก
เช่น
- ขอคำปรึกษาฟรีกับทีมผู้เชี่ยวชาญ
- ดูตัวอย่างผลงานเพิ่มเติม
- ขอใบเสนอราคาสำหรับธุรกิจของคุณ
- เริ่มต้นวางกลยุทธ์กับเรา
ข้อความเหล่านี้ช่วยลดความลังเล และทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้นโดยไม่กดดัน
CTA กับ SEO ต้องทำงานร่วมกัน
SEO มีหน้าที่พาคนเข้ามาที่เว็บไซต์ แต่ CTA คือสิ่งที่เปลี่ยน Traffic เหล่านั้นให้กลายเป็นคุณค่าทางธุรกิจ หลายเว็บไซต์ติดอันดับดี มีคนเข้าเยอะ แต่ไม่เกิด Conversion เพราะไม่ได้ออกแบบ CTA ให้รองรับผู้ใช้ที่เข้ามาจากการค้นหา ดังนั้น CTA ที่ดีจะทำให้คอนเทนต์ SEO ไม่จบแค่การอ่าน แต่พาผู้ใช้ไปสู่ขั้นตอนที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง
ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับ CTA ที่พบบ่อย
เว็บไซต์จำนวนมากมี CTA แล้ว แต่ก็ยังไม่เวิร์ก เพราะใช้ข้อความที่กว้างเกินไป วาง CTA เยอะจนผู้ใช้สับสน หรือวางในจุดที่ผู้ใช้ยังไม่พร้อมตัดสินใจ และในบางกรณี CTA ถูกออกแบบให้กลืนไปกับหน้าเว็บจนแทบมองไม่เห็น ทำให้เสียโอกาสโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการแก้ CTA ที่ดีจึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนปุ่ม แต่ต้องกลับมาดูโครงสร้างเนื้อหาและเป้าหมายของแต่ละหน้า
BEP Digital Agency พร้อมช่วยวิเคราะห์ ออกแบบ และวาง CTA ให้สอดคล้องกับโครงสร้างเว็บไซต์ SEO และพฤติกรรมผู้ใช้ ตั้งแต่ข้อความ ตำแหน่ง ไปจนถึงการเชื่อม CTA เข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจ ติดต่อเราได้เลย!

