Back

เหตุผลที่ธุรกิจ B2B และ OEM ต้องทำการตลาดในยุคดิจิทัล

Fast Fact

Fast Fact

Fast Fact

สิ่งที่น่าสนใจ

เราเคยทำงานกับลูกค้าคนหนึ่งที่ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกให้แบรนด์ใหญ่หลายสิบแบรนด์ในไทย ทำมากว่าสิบปี คุณภาพดี ราคาสมเหตุสมผล ส่งตรงเวลา ลูกค้าเก่าไม่เคยมีปัญหา

แต่มีอยู่วันหนึ่ง เขาโทรมาหา เสียงในโทรศัพท์ฟังดูหนักใจ 

"เราแพ้งานประมูลให้คู่แข่งที่เพิ่งเปิดมาแค่สามปี ทั้งที่เรามีประสบการณ์มากกว่าเขาถึงสามเท่า"

เราถามว่าคู่แข่งรายนั้นต่างจากเขายังไง เขาตอบสั้น ๆ แค่ประโยคเดียว

"เขาดูน่าเชื่อถือกว่าบนออนไลน์"

ปัญหานี้ไม่ได้เกี่ยวกับคุณภาพสินค้า ไม่ได้เกี่ยวกับราคา แต่เป็นเรื่องของการที่ลูกค้ามองเห็นคุณ และเชื่อถือคุณตั้งแต่ก่อนจะติดต่อ ซึ่งในโลกของธุรกิจ B2B สิ่งนี้สำคัญไม่แพ้ตัวสินค้าเลย

ความเข้าใจผิดที่ทำให้ธุรกิจ B2B เสียโอกาส

ธุรกิจ B2B และ OEM ในไทยจำนวนมากยังมองว่าการตลาดไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพราะคิดว่าตัวเองขายให้ธุรกิจ ไม่ใช่ผู้บริโภคทั่วไป ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากการแนะนำ และงบประมาณควรใช้กับการผลิตมากกว่าการทำการตลาด

แม้แนวคิดนี้จะดูสมเหตุสมผล แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่ตัดสินใจซื้อในธุรกิจ B2B ก็คือคน ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการจัดซื้อ เจ้าของธุรกิจ หรือทีมพัฒนา คนเหล่านี้มักเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลออนไลน์ก่อนเสมอ ก่อนจะติดต่อ ขอใบเสนอราคา หรือเลือกผู้ให้บริการ

หากพวกเขาค้นหาแล้วไม่พบคุณ หรือพบเว็บไซต์ที่ดูไม่น่าเชื่อถือ คุณจะเสียโอกาสทันทีโดยที่ยังไม่ได้เริ่มขายเลยด้วยซ้ำ

ธุรกิจ B2B ควรทำการตลาดแบบไหน?

ธุรกิจ B2B ควรทำการตลาดแบบไหน
ที่มาภาพ: instdio

ข่าวดีคือการตลาดสำหรับธุรกิจ B2B นั้นไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเหมือนธุรกิจ B2C เช่น ไม่จำเป็นต้องสร้างคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง, ยิงโฆษณาแบบหว่าน หรือทำ B2B Influencer Marketing แบบผิด ๆ

เพราะสิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือการสร้าง Marketing Communications ที่ทำให้ลูกค้าเชื่อถือคุณ และเจอคุณในช่วงเวลาที่กำลังตัดสินใจ

4 กลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจ B2B ได้ผลจริง

1. เว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็น Sales Rep ตลอด 24 ชั่วโมง

เว็บไซต์ของธุรกิจ B2B ในไทยส่วนใหญ่ยังคงทำหน้าที่เป็นเพียง “โบรชัวร์ออนไลน์” ที่มีแค่ชื่อบริษัท รายการสินค้า และช่องทางติดต่อ แต่ไม่ได้สื่อสารเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมลูกค้าควรเลือกคุณ

เว็บไซต์ที่ดีสำหรับธุรกิจ B2B ควรสามารถตอบคำถามสำคัญได้ทันทีตั้งแต่ผู้ใช้งานเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นคุณทำอะไร ให้บริการกับใคร และช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าได้ รวมถึงต้องอธิบายให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือ เช่น ผลงานที่ผ่านมา ตัวเลขความสำเร็จ หรือคำแนะนำจากลูกค้าเดิม ตลอดจนขั้นตอนการทำงานร่วมกันและวิธีการติดต่อที่ชัดเจน

หากผู้ใช้งานไม่สามารถหาคำตอบเหล่านี้ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที โอกาสสูงที่เขาจะออกจากเว็บไซต์และไปหาคู่แข่งทันที

2. คอนเทนต์ที่สร้าง Authority ในวงการ

ธุรกิจ B2B และ OEM ที่สามารถเติบโตได้เหนือคู่แข่ง มักใช้คอนเทนต์เป็นเครื่องมือในการให้ความรู้กับลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะพร้อมซื้อ

ตัวอย่างเช่น:

  • บริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์: เขียนบทความ "วิธีเลือกวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับสินค้าอาหาร" คนที่อ่านแล้วรู้สึกว่าคุณเชี่ยวชาญ จะนึกถึงคุณทันทีเวลาต้องการซื้อ
  • บริษัท OEM ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์: ทำ case study ว่าช่วยลูกค้าลดต้นทุนการผลิตได้อย่างไร

แม้ว่าคอนเทนต์เหล่านี้จะไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง แต่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้ลูกค้านึกถึงคุณเป็นตัวเลือกแรกเมื่อถึงเวลาตัดสินใจ

3. LinkedIn และโซเชียลมีเดียเฉพาะกลุ่ม

ทำการตลาดผ่าน LinkedIn
ที่มาภาพ: linkedin

ผู้มีอำนาจตัดสินใจในธุรกิจ B2B จำนวนมากใช้งานอยู่บน LinkedIn โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังมองหา supplier หรือ OEM สำหรับโปรเจ็กต์ใหม่

สิ่งสำคัญไม่ใช่การโพสต์คอนเทนต์ทุกวัน แต่คือการนำเสนอความเชี่ยวชาญในพื้นที่ที่กลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ การสื่อสารที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ จะสร้างความน่าเชื่อถือได้ดีกว่าการโพสต์บ่อยแต่ไม่มีเนื้อหาที่มีคุณค่า

4. Email Marketing สำหรับสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

ธุรกิจ B2B มีรอบการตัดสินใจซื้อที่ยาวกว่าธุรกิจ B2C อย่างชัดเจน บางดีลอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือแม้กระทั่งเป็นปี

Email Marketing จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณยังคงอยู่ในความสนใจของลูกค้าตลอดช่วงเวลานั้น โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อโดยตรงอย่างต่อเนื่อง

การส่ง Newsletter ที่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น เทรนด์อุตสาหกรรม ความเปลี่ยนแปลงของตลาด หรือเทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้จริง จะช่วยให้ลูกค้านึกถึงคุณก่อนเสมอเมื่อถึงเวลาตัดสินใจ

เริ่มต้นทำการตลาดธุรกิจ B2B อย่างไรดี หากมีงบจำกัด

สำหรับธุรกิจ B2B ที่มีงบประมาณจำกัด ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกันตั้งแต่วันแรก เพราะการทำการตลาดให้ได้ผลจริงนั้นขึ้นอยู่กับการวางลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นวางรากฐานด้าน Marketing Communications สำหรับธุรกิจ B2B เราแนะนำให้เริ่มจากสิ่งที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้ามากที่สุดก่อน แล้วค่อยต่อยอดไปในระยะยาว ดังนี้

ขั้นที่ 1 แก้เว็บไซต์ก่อน

เว็บไซต์คือทรัพย์สินดิจิทัลที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ B2B เพราะมันทำหน้าที่เป็นเหมือน Sales Representative ที่ทำงานให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน โดยไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์ที่ดีต้องสามารถตอบคำถามของลูกค้าได้อย่างชัดเจนภายในเวลาอันสั้น ทั้งในเรื่องของสิ่งที่คุณทำ คุณช่วยใคร คุณแก้ปัญหาอะไร และทำไมลูกค้าควรเลือกคุณ การลงทุนกับเว็บไซต์ที่สื่อสารได้ดีจึงเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว เพราะมันช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้โดยไม่ต้องเพิ่มทีม

หากคุณกำลังวางแผนพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ หรืออยากประเมินงบประมาณเบื้องต้นสำหรับธุรกิจของคุณ สามารถเช็กราคาทำเว็บไซต์กับเราได้เลย

ขั้นที่ 2 สร้าง Case Study 2-3 เรื่อง

หลังจากมีเว็บไซต์ที่ดีแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อคือการสร้าง Case Study ที่แสดงให้เห็นถึงผลงานจริงของคุณ ให้เลือกโปรเจกต์ที่คุณสามารถสร้างผลลัพธ์ได้ชัดเจนที่สุด แล้วเล่าออกมาในรูปแบบของเรื่องราวที่เข้าใจง่าย โดยอธิบายว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร คุณเข้าไปแก้ไขอย่างไร และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร

Case Study ถือเป็น Social Proof ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับธุรกิจ B2B เพราะช่วยลดความเสี่ยงในมุมมองของลูกค้า และทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขั้นที่ 3 เริ่มทำคอนเทนต์อย่างน้อย 2 ชิ้นต่อเดือน

เมื่อมีทั้งเว็บไซต์และตัวอย่างผลงานแล้ว ขั้นต่อไปคือการสร้างคอนเทนต์เพื่อเพิ่มการมองเห็นและความน่าเชื่อถือในระยะยาว

คุณไม่จำเป็นต้องผลิตคอนเทนต์จำนวนมากตั้งแต่เริ่มต้น แต่ควรเน้นความสม่ำเสมอและคุณภาพเป็นหลัก การเขียนบทความที่มีคุณภาพอย่างน้อยเดือนละ 2 ชิ้น หรือทุกสองสัปดาห์ จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการผลิตคอนเทนต์จำนวนมากแต่ไม่มีคุณภาพ

คอนเทนต์ที่ดีสำหรับธุรกิจ B2B ควรช่วยให้ความรู้ แก้ปัญหา หรือให้มุมมองเชิงลึกในอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้ลูกค้านึกถึงคุณเป็นตัวเลือกแรกเมื่อถึงเวลาตัดสินใจ

สรุปได้ว่า ลูกค้า B2B ของเราที่เคยเสียงานประมูลไป วันนี้มีทั้งเว็บไซต์ใหม่ มี Case Study ที่แสดงผลงานจริงบนหน้าเว็บ และเริ่มสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ Inbound Inquiry เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และลูกค้าใหม่หลายรายเริ่มต้นบทสนทนาด้วยประโยคเดียวกันว่า “เจอคุณใน Google”

นี่คือสิ่งที่สะท้อนว่า การตลาดสำหรับธุรกิจ B2B ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการโปรโมต แต่คือการสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” ก่อนที่การขายจะเริ่มต้น หากธุรกิจของคุณมีคุณภาพ แต่ยังไม่มีใครมองเห็น ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่สินค้า แต่อยู่ที่การสื่อสาร และนี่คือสิ่งที่สามารถแก้ไขได้

BEP Digital Agency พร้อมช่วยวางรากฐาน Marketing Communications ที่เหมาะกับธุรกิจ B2B และ OEM โดยเฉพาะ เพื่อให้ธุรกิจของคุณไม่เพียงแค่ดี แต่ยังถูกมองเห็นและถูกเลือกในเวลาที่สำคัญที่สุด ปรึกษาเราได้เลย!

{{CTA="/blog"}}

Blogs Recommended
Become a client

Our clients get the best results when they have our team dedicated to their business for extended periods of time.

This is why we are looking for ongoing collaboration where our professionals are like your team members who just happen to be remote. Ready to move forward?

Blog image
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.

Head Office

719  Mint Tower
Banthat Thong Road, Wang Mai, Pathum Wan district, Bangkok 10330

Phone

095-834-2460

Back to top