Back

การตั้งค่าพื้นฐานสำหรับการทำ Google Ads

Table of Contents

Chapter 5 การตั้งค่าบัญชีการค้นหา

ข้อมูลการชำระเงิน ข้อมูล การติดต่อหลัก และการอนุญาตการเข้าถึง ถือเป็นหลักสำคัญของระบบหลังบ้านในการทำ Google ads ซึ่งในแต่ละธุรกิจหรือลูกค้า ควรจะแยกบัญชีกัน และบางครั้ง ใน 1 ธุรกิจอาจมีมากกว่า 2 หรือ 3 บัญชี ซึ่งเราจะมาเรียนรู้กันในบทนี้นะครับ


สำหรับข้อความโฆษณา Google อนุญาตให้เพียง 1 โฆษณาต่อ 1 หน้าเว็บไซต์ที่จะ แสดงในหน้าการค้นหาเพื่อไม่ให้ผู้ใช้รู้สึกน่ารำคาญจนเกินไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยกเว้น Shopping ADS ที่อาจจะมี หลายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มาแสดงผลในหน้าค้นหานั้นๆ โดยอย่าพยายามหลอกระบบด้วยการสร้าง Account หลาย Account เพื่อที่จะลงโฆษณาหลาย ตัวใน 1 หน้าการค้นหา เพราะนี่เป็นการแหกกฎและอาจจะเป็นผลเสียในภายหลังได้



ส่วนของการตั้งค่า Account สามารถตั้งค่าได้ที Tool Icon ทางด้านบนขวาของเมนู Google ads


ในหัวข้อบิลและการชำระคุณสามารถตั้งค่าบัตรเครดิตและข้อมูลการติดต่อของคุณได้ และ มีตัวเลือกสำหรับการออกใบกำกับ แต่คุณต้องติดต่อโดยตรงกับ Google เพื่อตั้งในส่วนนี้


ข้อมูลธุรกิจจะเป็นส่วนที่คุณจะต้องกลับมาดูหลังการตั้งค่าบัญชี ในส่วนนี้เป็นส่วนขยายหน้าฟีด เช่นเดียวกับ customizer data, Dynamic Display and feeds.


Linked accounts

ก่อนที่คุณจะเริ่มยิงแคมเปญ PPC คุณต้องทำการเชื่อม Account จาก บริการ Google  เพื่อที่จะถ่ายโอนข้อมูลไปมาระหว่างกันก่อน


ถ้าคุณใช้ Google Analytics ซึ่งเป็นตัวที่สำคัญมาก คุณสามารถดึง conversion เป้าหมายและ audience จาก Analytics มาสู่ Google Ads ได้ ซึ่งคุณสามารถที่จะวิเคราะห์ ประสิทธิภาพการทำงานของแคมเปญ Google Ads, เปรียบเทียบกับช่องทางอื่น และที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้มาคลิกโฆษณาเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ของคุณ


การเชื่อม Google Search Console จะช่วย ให้คุณเข้าถึง การดึงข้อมูล Organic Search การเปรียบเทียบระหว่าง แบบที่ซื้อโฆษณาและไม่ซื้อโฆษณานอกจากนี้ยังช่วยให้เห็น ถึงผลการทำงาน ของโฆษณาแบบเสียเงินและแบบ Organic คู่กันหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง


Google นั้นใช้ข้อมูลการ Login เพื่อใช้บริการต่างๆร่วมกัน การเชื่อมช่อง YouTube ของคุณ กับ Google Ads ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณยิงวีดีโอแคมเปญบน YouTube ได้ แต่ยังช่วยให้คุณสร้างกลุ่มเป้าหมายจากผู้ที่มาเข้าชมวีดีโอ และสามารถประเมินผลการมีส่วนร่วมของวีดีโอโฆษณาของคุณได้อีกด้วย



อีกทางเลือกใหม่ล่าสุดคือ Ads Data Hub, ที่เป็นแพลตฟอร์มกิจการที่สามารถ ใช้ได้สำหรับผู้ลงโฆษณาบางเจ้าเท่านั้นในขณะนี้ ถ้าคุณลิงค์บัญชี Ads Data Hub กับ Google ads คุณจะสร้างข้อมูลแคมเปญให้กับ Third Party และ Agency เพื่อการยืนยันและวิเคราะห์ได้


ถ้าคุณใช้ Salesforce คุณสามารถเชื่อมบัญชีเหล่านั้นให้มาดึง Sales Lead และข้อมูล funnel data ไปยัง Google Ads เพื่อกระตุ้นแคมเปญบนพื้นฐานของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากข้อมูลการคลิกโฆษณา


Account settings

หลังจากที่คุณเสร็จสิ้นขั้นตอนการติดตั้งบัญชี มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ให้ไปคลิกที่คำว่า Setting ด้านซ้ายมือ และคลิกคำว่า Account Settings ดังตัวอย่าง



Tracking Template

หากคุณกำลังใช้ Third-party ให้คลิก Tracking Platform เป็นที่ที่คุณสามารถเพิ่ม

Tracking parameters ที่จะใช้เข้าในบัญชีของคุณ (นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกที่สามารถเพิ่มTracking templates ได้ที่ Campaign , ad group และ Keyword levels)

ใน Account level สามารถเพิ่ม Value Track parameters เพื่อเพิ่มการติดตาม จำนวนคลิกบนโฆษณาของคุณ ทั้งใน Google Analytics และ Third-party Analytics


Auto-tagging

ถ้าหากคุณกำลังใช้ Google Analytics อย่าลืมเชื่อมโยงบัญชีของคุณตามที่กล่าวก่อนหน้าที่จากนั้นให้เปิด Auto-tagging เมื่อเราเปิด Auto-tagging แล้ว ระบบจะทำการเติม UTM  ให้โดยอัตโนมัติ ซึ่ง Google Analytics จะนำข้อมูลเข้ามาและการจัดหมวดหมู่ข้อมูลของแคมเปญ ถ้าหากคุณไม่เปิด Auto-tagging และไม่ได้เพิ่มการติดตาม UTM ลงใน URL แคมเปญโฆษณาทั้งหมดของคุณจะขึ้นเป็น Google/Organic traffic ใน Google Analytics ซึ่งจะทำให้คุณไม่สามารถวิเคราะห์ผล PPC ของแคมเปญของคุณได้

Content exclusions

นี้คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญดิสเพลย์และวิดีโอและอนุญาตให้คุณสามารถเลือกที่จะไม่แสดงโฆษณาบนเครือข่ายดิสเพลย์และ YouTube บนเว็บไซต์และวิดีโอบางหมวดหมู่ได้



Ad suggestions

คำแนะนำได้มีการเปิดตัวไปแล้วในในเดือน มีนาคม ปี 2018 Google จะสร้างและใช้คำแนะนำโฆษณาในกลุ่มโฆษณาของคุณโดยอัตโนมัติโดยเฉพาะกลุ่มโฆษณาที่มีโฆษณาเพียงรายการเดียว ตอนนี้เปิดใช้งานในบัญชีโดยค่าเริ่มต้นแล้วดังนั้นหากคุณไม่ต้องการฟีเจอร์นี้นี่คือที่ที่จะปิดใช้งาน เมื่อเปิดใช้งาน Google จะใช้โฆษณาที่แนะนำโดยอัตโนมัติหลังจากผ่านไป 14 วันเว้นแต่คุณเลือกที่จะปิดหรือนำไปใช้เร็วกว่านั้นจากหน้าคำแนะนำ


Manager Accounts for managing multiple PPC accounts

หากคุณจะจัดการบัญชี Google Ads หลายบัญชี บัญชีดูแลจัดการ Manager Account

(เดิมเรียกว่าศูนย์ลูกค้าหลักหรือ MCC) ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ เอเจนซี่สามารถเก็บบัญชีลูกค้าแต่ละบัญชีไว้ภายใต้บัญชีหลัก บริษัท ที่มีหน่วยธุรกิจหลายหน่วยหรือแบรนด์และเว็บไซต์ที่แตกต่างกันสามารถตั้งอยู่ในบัญชีผู้จัดการได้ อีกตัวอย่างหนึ่งที่หายากกว่าคือเมื่อบัญชีของ บริษัท มีขนาดใหญ่จนเกินขีดจำกัด บัญชีและจะต้องสร้างและเชื่อมโยงบัญชีอื่น (หากเกิดกรณีนี้ขึ้นคุณจะต้องทำงานร่วมกับ Google เพื่อช่วยให้รองรับคุณ)


ในบัญชีผู้จัดการคุณสามารถดูหน้า Dashboard ของลูกค้าหรือบัญชีทั้งหมดได้ในที่เดียว



คุณสามารถเชื่อมโยงบัญชีที่มีอยู่ กับ บัญชีผู้จัดการหรือสร้างบัญชีใหม่จากภายในบัญผู้ชีจัดการ


Microsoft Advertising note

Microsoft Advertising ยังมีเวอร์ชันของบัญชีหลัก ที่ออกแบบมาสำหรับเพื่อเอเจนซี่เป็นหลักอีกด้วย หากคุณเป็นเอเจนซี่และจำเป็นต้องตั้งค่าบัญชี Microsoft Advertising  ใหม่สำหรับลูกค้า การตั้งค่าภายนอกบัญชีหลัก จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการเชื่อมโยง หากคุณสร้างบัญชีใหม่จากบัญชีเอเจนซี่จะไม่สามารถยกเลิกการเชื่อมโยงได้ในภายหลัง


ประโยชน์อื่นๆ ของบัญชีดูแลจัดการใน Google Ads ได้แก่ ความสามารถในการตั้งค่า

รายการคีย์เวิร์ดเชิงลบที่ใช้ได้กับหลายบัญชีและสร้างผู้ชมที่แชร์ข้ามบัญชีได้


หากคุณคิดว่าการแชร์รายการข้ามบัญชีดูเหมือนอาจเป็นปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว คุณคิดถูกแล้วจากหน้าความช่วยเหลือนี้

Important เมื่อคุณได้ทำการแชร์รายการ รีมาร์เก็ตติ้ง ข้ามบัญชีอย่าลืมว่าคุณอาจแชร์ข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ คุณควรแชร์รายการรีมาร์เก็ตติ้งกับบัญชีอื่นๆ ก็ต่อเมื่อคุณได้รับอนุญาต จากบัญชีที่เป็นเจ้าของและการแชร์ดังกล่าวจะทำให้ไม่ละเมิดข้อตกลงใดๆ ที่คุณมีกับบัญชีเหล่านั้น


สำหรับข้อกำหนดและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการรีมาร์เก็ตติ้งสำหรับโฆษณาบนการค้นหาโปรดดูนโยบายสำหรับการรีมาร์เก็ตติ้งสำหรับโฆษณาบนการค้นหา


ไม่ใช่แค่บัญชีเท่านั้นที่คุณต้องได้รับอนุญาต ตามกฎระเบียบการปกป้องข้อมูลทั่วไป (GDPR)

ของสหภาพยุโรปและ CCPA กฎหมายความเป็นส่วนตัวของแคลิฟอร์เนียคุณอาจต้องตรวจสอบว่าแต่ละธุรกิจได้รับความยินยอมจากผู้ใช้แล้วหรือยัง


และในบทถัดไปเราจะมาเรียนรู้กันเรื่องวิธีจัดโครงสร้างแคมเปญ กันนะครับ


cr: searchengineland.com

Blogs Recommended