Back

ถ่ายภาพสินค้าให้ปัง จนลูกค้าต้องหยุดดู

Table of Contents

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ทำธุรกิจขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ คงพอทราบว่า การโพสต์ Content ให้คนสนใจในสินค้าของคุณเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “ภาพถ่าย” ใน Content ซึ่งมีผลต่อการทำให้ผู้คนในโซเชียลมีเดียสนใจและหยุดดู

คุณอาจจะเคยได้ยินเทคนิค “Thumb-Stopping” มาบ้าง ซึ่งถ้าให้แปลเป็นไทยก็คือ การทำให้ผู้คนหยุดนิ้วโป้งที่ Content ของคุณ เพราะทุกวันนี้การเสพ Content บนมือถือของผู้คนส่วนใหญ่จะเป็นการใช้มือข้างเดียวและใช้นิ้วโป้งในการสไลด์ดูข้อมูล พอเจอ Content ที่สนใจก็จะใช้นิ้วโป้งหยุดเพื่อดู แต่หากไม่สนใจก็จะถูกเลื่อนผ่านไป ซึ่งจากข้อมูลสถิติการอ่าน Content บน Feed ของ Facebook นั้น ผู้คนจะใช้เวลาในการอ่านแต่ละ Content เพียงแค่ 0.3 วินาทีเท่านั้น โดยส่วนใหญ่ Content ที่เป็นตัวหนังสือจะไม่สามารถกระชากสายตาผู้อ่านได้ภายในเสี้ยววินาที ไม่ว่าเนื้อหาจะดีเพียงใดก็ตาม แต่ภาพถ่ายนั้น กลับส่งผลค่อนข้างมากในการหยุดดู



มากไปกว่านั้นในการขายออนไลน์ ภาพถ่ายของสินค้าเป็นสิ่งที่ช่วยบอกเล่าคุณลักษณะต่างๆของสินค้าให้ลูกค้าได้รับรู้ เพราะลูกค้าไม่สามารถสัมผัสกับสินค้าจริงได้ และจะต้องตัดสินใจซื้อผ่านคำอธิบายและภาพถ่ายเท่านั้น ดังนั้นภาพถ่ายสินค้าของคุณจะต้องชัดเจน โดดเด่น บอกรายละเอียดได้ครบถ้วน และสามารถกระชากสายตาผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้ จึงจะช่วยให้คุณมีโอกาสในการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของคุณ วันนี้เราจึงมานำเสนอเทคนิคการถ่ายภาพสินค้าให้ปัง จนลูกค้าต้องหยุดดูกัน


การเตรียมการถ่ายภาพ


สิ่งสำคัญในการเริ่มเตรียมการถ่ายภาพสินค้า คือคุณจะต้องรู้ว่าคุณต้องการที่จะเห็นภาพถ่ายออกมาเป็นแบบไหน หากคุณยังไม่มีไอเดีย อาจเริ่มต้นจากการหาภาพตัวอย่าง หรือ Reference ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายของสินค้าประเภทอื่นจากใน Pinterest หรือภาพถ่ายของคู่แข่ง ก็จะช่วยทำให้คุณมีไอเดียในการถ่ายภาพสินค้ามากขึ้น หลังจากนั้นคุณควรที่จะวางแผนว่าจะวางองค์ประกอบอย่างไร จะต้องใช้ของอะไรบ้าง ยังขาดอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ภาพตามที่คุณต้องการ



โดยอาจเริ่มจากการเลือก กล้องถ่ายภาพ หรือมือถือที่ใช้ในการถ่ายรูป เนื่องจากความละเอียดของภาพถ่ายเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะจะทำให้ภาพถ่ายสินค้าของคุณคมชัด สวย มีคุณภาพ และทำให้แบรนด์ของคุณดูเป็นมืออาชีพด้วย ต่อมาคือโทนสีของภาพ คุณสามารถคุมโทนสีของภาพถ่ายที่คุณต้องการด้วย Color Palette


และสุดท้ายการเลือกฉากพื้นหลังและพร็อพประกอบฉากสำหรับภาพถ่าย ฉากพื้นหลังนั้นควรเป็นอะไรที่เรียบง่าย เพราะจะช่วยทำให้สินค้าดูโดดเด่นขึ้นมาได้ โดยอาจจะเลือกใช้เป็นกระดาษหรือผ้าที่เป็นสีต่างๆ เช่น สีขาว ดำ น้ำเงิน หรือสีที่ไม่แย่งซีนกับสินค้าของคุณ สำหรับพร็อพ คุณอาจนำวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของสินค้าหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมาเป็นองค์ประกอบฉากได้ เพราะการนำเอาพร็อพเหล่านี้มาเป็นส่วนประกอบ จะช่วยเพิ่มสีสัน ทำให้สินค้าน่าสนใจ และยังสามารถบอกลูกค้าเป็นนัยๆว่าสินค้าของคุณมีส่วนประกอบอะไรบ้างได้อีกด้วย


การถ่ายภาพ

เนื่องจากการถ่ายภาพขึ้นอยู่กับมุมมองและสไตล์ของแต่ละคน จึงอาจจะเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ฝีมือและประสบการณ์เข้ามาช่วย ซึ่งสิ่งที่สำคัญในขั้นตอนการถ่ายภาพคือ การจัดแสง และการถ่ายทอดภาพถ่ายให้ครบถ้วนทุกมุม



การจัดแสงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงในทุกครั้งที่จะถ่ายภาพสินค้า วิธีที่ง่ายที่สุดคือการใช้แสงธรรมชาติในการถ่ายภาพ เพราะจะทำให้ภาพดูสมจริง ละมุน ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป และไม่จำเป็นต้องเสียเงินลงทุนในการซื้อชุดไฟสำหรับถ่ายภาพ ควรเลือกช่วงเวลาที่แสงไม่แรงมากจนเกินไป อาจจะเป็นช่วงเช้าๆสายๆ หรือ บ่ายๆเย็นๆ ก็ได้เช่นกัน



การถ่ายภาพเพื่อโปรโมทสินค้านั้น ควรจะถ่ายภาพให้ครบถ้วนทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง รวมถึงถ่ายภาพในมุมกว้าง และมุมเจาะลึกสินค้า เพราะลูกค้าจะได้เห็นสินค้าโดยรวม และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของสินค้า เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการซื้อสินค้า และหากคุณต้องการใส่ข้อความเพิ่มเติมในภาพถ่าย ควรจะเว้นพื้นที่ไว้สำหรับการใส่ข้อความ เพื่อจะได้นำภาพถ่ายไปใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้


การแต่งภาพ

การแต่งภาพ

ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่คุณจะนำภาพถ่ายไปลงตามโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็คือการแต่งภาพ ซึ่งนอกจากจะหมายถึงการแต่งภาพหรือตัดต่อภาพแล้ว ยังรวมไปถึงการปรับภาพให้มีขนาดสัดส่วนที่เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์มที่ต้องการนำภาพถ่ายไปลงอีกด้วย



สำหรับการแต่งภาพหรือตัดต่อภาพถ่าย อาจจะต้องมีการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop หรือ Adobe Lightroom เพื่อให้ได้ภาพที่ต้องการ หลักๆก็จะใช้โปรแกรมในการรีทัช ลบในส่วนที่ไม่ต้องการ หรือปรับสีให้ภาพนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากการใช้โปรแกรมที่กล่าวมา ในปัจจุบันยังสามารถใช้แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือในการช่วยปรับความสวยงามของรูปภาพได้ในเวลาอันรวดเร็ว



และเนื่องจากการขายออนไลน์นั้นสามารถทำได้หลายช่องทาง หลายแพลตฟอร์มบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งแต่ละช่องทางก็จะมีการกำหนดกฏเกณฑ์ของขนาดรูป และการโชว์ภาพสินค้าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการปรับภาพให้มีขนาดสัดส่วนที่เหมาะสมกับทุกช่องทาง จะเป็นการช่วยทำให้ง่ายต่อการลงภาพถ่ายสินค้าของคุณนั่นเอง



ภาพถ่ายสินค้าที่ดีจะส่งผลดีต่อการขายออนไลน์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าได้ดียิ่งขึ้น และยังกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นอีกด้วย หวังว่าเทคนิคการถ่ายภาพสินค้าที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อทุกคน

Blogs Recommended